[ถูกนินทาว่าร้าย] [ คิดอย่างไรจึงจะหายทุกข์ ] [ เทคนิคทำให้หายโกรธ] [บทสนทนา เทวดา-ชาวพุทธ] [ ปาฐกถาธรรมเชิงวิจัย] [ วิถีชีวิต] [ อยู่เพื่อพัฒนากรรม ไม่ใช่อยู่เพื่อใช่กรรม]
บทสนทนา เทวดา-ชาวพุทธ เรื่อง การฟื้นฟูพระพุทธศาสนา เทวดา : ใครหนอกำลังขวนขวายทำการงานอันยากยิ่ง พุทธศาสนาในเมืองไทยเสื่อมทรุดโทรมแล้วด้วยอำนาจแห่งวัตถุนิยม ที่ครอบงำจิตใจผู้คน เหตุไฉนท่านจึงคิดที่จะทวนกระแสหวังทะนุบำรุงสถาบัน พระพุทธศาสนาให้กลับฟื้นคืนความบริสุทธิ์มาเช่นเดิม การงานที่ท่านกระทำอยู่นี้ช่างลำบากยิ่งนัก ข้าพเจ้าจึงมี ความสงสัยอยากจะถามว่า เพราะเหตุใดท่าน จึงได้มีความขวนขวาย พยายามอยู่เช่นนี้ ? ชาวพุทธ : ดูกรเทวดา เราคือชาวพุทธผู้มีกิจหน้าที่จะต้องรักษาพระศาสนาของตน ดังนั้นถึงแม้ใครจะกล่าวว่าการงานนี้มีอุปสรรคลำบากหนักหนาสักปานใด แต่เรานั้นกลับเชื่อมั่นในความเพียรพยายามของมนุษย์ว่าไม่มีสิ่งใดสามารถ กีดกันได้ ดังนั้นเราจึงพยายามต่อไปจนกว่าจะบรรลุความสำเร็จ เทวดา : ปัญหาพุทธศาสนาในเมืองไทยนั้นสะสมมานานเป็นเวลาหลายร้อยปี อีกทั้ง ยุคนี้ยังเป็นยุคกามบริโภคอันรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ช่างยากลำบากแสน เข็ญเหลือเกินที่ท่านจะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ อุปมาท่านกำลังพยายามว่ายน้ำข้ามฝั่ง มหาสมุทรที่มองไม่เห็นฝั่ง ปานนั้น ความพยายามของท่านย่อมเป็นสิ่งสูญเปล่าประโยชน์ ข้าพเจ้าเกรง ว่ามิทันที่จะสัมฤทธิ์ผล บางทีท่านอาจจะต้องตายเสียก่อนเป็นแน่แท้ ชาวพุทธ : เราผู้กระทำความเพียรอยู่ แม้จะตาย ก็ชื่อว่าไม่เป็นหนี้ คือ ไม่ถูกชาวโลก ตำหนิติเตียนว่าเป็นชาวพุทธผู้ได้รับประโยชน์จากพระพุทธศาสนาแล้ว กลับไม่ ่มีความคิดที่จะปกปักรักษาพระศาสนาของตนเอง อนึ่ง เมื่อได้กระทำกิจหน้าที่ของตนแล้ว แม้จะตายก่อนที่ทันจะได้เห็น ผลสำเร็จ ก็ยังสบายใจได้ว่าตนได้ทำหน้าที่ของตนแล้ว ไม่ต้องเดือดร้อนใจใน ในภายหลัง เทวดา : ไม่ว่าการงานใดๆ บุคคลที่กระทำย่อมคาดหวังว่าจะต้องประสบความสำเร็จ แต่ทว่าการงานที่ท่านทำอยู่นี้ ท่านก็รู้อยู่แก่ใจว่าการงานนี้ช่างยากยิ่งนักที่ จะ สัมฤทธิ์ผล แม้กระนั้นก็ตามท่านยังเพียรพยายามที่จะกระทำ การกระทำเช่นนี้ จะไม่เป็นการเรียกว่าท่านกำลังพยายามกระทำในสิ่งที่ไร้ผลสิ้น เรี่ยวแรงไป เปล่า ๆ หรืออย่างไร ? ชาวพุทธ : ดูกรเทวดา ผู้ใดรู้แจ้งว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นยังมิได้แก้ไขให้ลุล่วงไปด้วยดี แล้วยังไม่รีบขวนขวายพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้ประมาทไม่รู้จักรักษาป้องกัน ผู้ใดละความเพียร ทอดธุระไม่เอาใจใส่ เขาย่อมได้รับผลแห่งความ เกียจคร้านของเขา ดูกรเทวดา คนบางพวกในโลกนี้ เขาเห็นผลสัมฤทธิ์อันจะเกิดจาก การกระทำ เขาจึงได้ประกอบการงาน ถึงที่สุดแม้ว่างานนั้นจะบรรลุผลสำเร็จ หรือ ไม่สำเร็จก็ตาม เขาก็ขึ้นชื่อว่าได้ทำการงานนั้นแล้วอย่างเต็มสติกำลัง ดูกรเทวดา ท่านย่อมเห็นประจักษ์แก่ตนแล้วมิใช่หรือ ในขณะที่คน ส่วนใหญ่ พากันบ่นท้อแท้ สิ้นหวัง ในความเสื่อมโทรมของสถาบันสงฆ์ ก็ยัง มีชาวพุทธจำนวนหนึ่ง ที่มีความรับผิดชอบ ร่วมมือร่วมใจพยายามรักษาฟื้น ฟูสถาบันสงฆ์ไทยให้คืนความบริสุทธิ์งดงาม มาอีกครั้งหนึ่ง เรานี้คนหนึ่งที่กำลังมีความพยายามให้ท่านเห็น ท่านจึงได้มาสถิต อยู่ใกล้เรา ณ บัดนี้ แม้กระนั้นก็ตามเรานั้นก็จักพยายามทำงานด้วยกำลังสติปัญญาของ เราเองโดยไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด อุปมาบุรุษผู้ว่ายน้ำในท่ามกลางมหาสมุทร ไม่หวาดหวั่นต่อคลื่นและลม แห่งอุปสรรคขัดขวางนานาประการ เพื่อไปให้ถึงฝั่งแห่งความสำเร็จด้วยกำลังแขน และขาของตน แม้ฉันนั้น เทวดา : ท่านใดถึงพร้อมด้วยความพยายามโดยธรรม ไม่จมลงในห้วงมหาสมุทรแห่งปัญหา ทั้งลึก ทั้งกว้าง เห็นปานนี้ ด้วยการกระทำความเพียรของบุรุษ ขอให้ท่านนั้นจงบรรลุ วัตถุประสงค์ดังใจของท่านด้วยความ ยินดีเถิด. บทส่งท้าย :บทสนทนานี้ดัดแปลงมาจาก มหาชนกชาดก (บำเพ็ญวิริยบารมี) สุตตันต. เล่ม ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ ข้อ ๔๔๒-๔๔๘ โดยเขียนใหม่เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการสร้างความเพียร เพื่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ยังคงสาระทางธรรมไว้เช่นเดิม ทุกประการ พระมหาชนกว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรโดยไม่คิดพึ่งขอความช่วยเหลือ จากนางมณีเมขลาฉันใด ชาวพุทธทั้งหลายพึงรักษาพระพุทธศาสนาด้วยความเพียรของตน โดยไม่คิดหวังพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลแม้ฉันนั้น คณะทำงานฯขออุทิศบทความนี้เป็นเครื่องบูชาคุณแด่ชาวพุทธทุกท่าน ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ของตนในการปกป้อง รักษาและฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้คงความบริสุทธิ์ดีงามไปตลอดกาลนาน คณะทำงานเพื่อพระธรรมวินัย [ถูกนินทาว่าร้าย] [ คิดอย่างไรจึงจะหายทุกข์ ] [ เทคนิคทำให้หายโกรธ] [บทสนทนา เทวดา-ชาวพุทธ] [ ปาฐกถาธรรมเชิงวิจัย] [ วิถีชีวิต] [ อยู่เพื่อพัฒนากรรม ไม่ใช่อยู่เพื่อใช่กรรม]