น.พ.วิศิษฏ์-
คนที่ได้รับอวัยวะไปแล้ว
ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เจ้าของอวัยวะจะได้รับผลบุญนั้นหรือไม่
เพราะทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯไม่ได้บอชื่อของคนที่บริจาคให้ผู้ที่รับอวัยวะไปจะอธิษฐานอย่างไรดี
พระธรรมปิฎก-
แม้จะไม่ระบุชื่อผู้ที่เราอุทิศส่วนกุศลให้
เพียงแต่ตั้งใจว่าอุทิศที่ให้แก่เจ้าของอวัยวะที่บริจาคให้เรา
ก็ถือว่าเราก็ได้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับท่านเจ้าของที่บริจาคอวัยวะให้เราแล้ว
น.พ.วิศิษฏ์-
ปัญหาที่เราเจอในการทำการประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไป
แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ
คือบางคนก็ยังมีความเชื่อว่าถ้าให้อวัยวะเขาไปแล้วในชาตินี้
เกิดมาชาติหน้าจะมีอวัยวะไม่ครบ
พระธรรมปิฎก- อันนี้ไม่จริงเลย
โดยมีแง่พิจารณา ๒ อย่างด้วยกัน
๑. ในแง่หลักฐานทางคัมภีร์แสดงว่า
พระพุทธเจ้าเมื่อเป็นพระโพธิสัตว์ทรงบริจาคนัยน์ตาก็เป็นเหตุให้พระองค์ทรงได้สมันตจักษุ
คือเป็นพระเนตรหรือดวงตาที่เป็นพิเศษสุดของพระพุทธเจ้าซึ่งเราแปลว่าเป็นดวงตาซึ่งมองเห็นโดยรอบ
ไม่ได้หมายถึงดวงตาที่เป็นวัตถุอย่างเดียว
แต่หมายถึงดวงตาทางปัญญาด้วย
ในแง่พระคัมภีร์ก็สนับสนุนชัดเจนว่าในชาติหน้ามีแต่ผลดี
๒. ในแง่เหตุผลที่เข้าใจกันว่าบริจาคอวัยวะไปแล้ว
เกิดมาอวัยวะจะบกพร่องเหตุผลที่ถูกต้องมันไม่ใช่อย่างนั้น
เราต้องมองว่าชีวิตที่เกิดมานี้จิตใจเป็นส่วนสำคัญในการปรุงแต่งสร้างสรรค์
อย่างเราเป็นอยู่ทุกวันนี้ ถ้าเรามีเมตตาคิดดีปรารถนาดีต่อผู้อื่น
ยิ้มแย้มแจ่มใสต่อไปตาเราจะถูกปรุงแต่งให้แจ่มใสเบิกบาน
ในทางกลับกันถ้าเราคิดร้ายต่อผู้อื่น
มักโกรธอยากจะทำร้ายรังแกเขาอยู่เรื่อย หน้าตาก็จะบึ้งตึงเครียด
หรือถึงกับดูโหดเหี้ยมนี้เป็นผลมาจากสภาพจิตที่เคยชินในชีวิตประจำวันแม้แต่ในชาติปัจจุบันนี้เอง
ทีนี้ชีวิตที่จะเกิดต่อไปก็จะต้องอาศัยจิต
ที่มีความสามารถในการปรุงแต่งขอให้คิดง่ายๆ ว่า
คนที่จะบริจาคอวัยวะให้คนอื่น
ก็คือปรารถนาดีต่อเขาอยากจะให้เขาเป็นสุข อยากให้เขาพ้นทุกข์
หายเจ็บป่วย จิตอย่างนี้ในตอนคิดก็เป็นจิตที่ดี
คือจิตใจที่ยินดีเบิกบาน คิดถึงความสุขความดีงามความเจริญ
จิตก็จะสะสมความโน้มเอียงและพัฒนาความสามารถในด้านนี้ ถ้าคิดบ่อยๆ
จิตก็จะยิ่งมีความสามารถและมีความโน้มเอียงไปในทางที่จะปรุงแต่งให้ดี
และคุณสมบัตินี้ก็จะฝังอยู่เป็นสมรรถภาพของจิต
เพราะฉะนั้นในการบริจาคเราจึงต้องทำจิตใจให้ผ่องใส
ให้ประกอบด้วยคุณธรรม
มีเมตตาปรารถนาดีและอันนี้แหละที่จะทำให้เราได้บุญมาก
น.พ.วิศิษฏ์-
แพทย์ควรปฏิบัติตัวอย่างไรกับผู้บริจาคอวัยวะ
พระธรรมปิฎก- เขาบริจาค
เขาเป็นผู้เสียสละเป็นผู้มีคุณธรรม
เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมองว่าเราต้องยกย่องให้เกียรติประการหนึ่ง
และเขาถือเป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ให้สังคม
ช่วยให้เพื่อนมนุษย์อยู่ดีหายโรค หายภัย และเป็นอยู่ดีขึ้น
นั่นก็ควรแสดงออกอย่างใดอย่างหนึ่ง ในการที่ยอมรับหรือเห็นคุณค่า
ซาบซึ้งในประโยชน์ที่เขาได้ทำไปแล้ว การปฏิบัติต่อกันก็ธรรมดา
แต่หากว่าเรามีจิตดีแล้วการปฏิบัติการแสดงออกก็จะดีจริงๆ